ดาวเคราะห์แคระ(Dwarf Planets)
ดาวพลูโต(Pluto)
ดาวพลูโต เป็นดาวเคราะห์แคระในระบบสุริยะ อยู่นอกวงโคจรของดาวเนปจูนออกไปในบริเวณแถบไคเปอร์มีขนาดเล็กกว่าดวงจันทร์7ดวงในระบบสุริยะ (ดวงจันทร์ของโลก ไอโอ ยูโรปา แกนีมีด คัลลิสโต ไททัน และไทรต้น)ดาวพลูโตมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 2,390 กิโลเมตร มีดวงจันทร์บริวาร 5ดวง ได้แก่ คารอน(มีขนาดประมาณ 1/5 ของดาวพลูโต)นิกซ์ ไฮดรา (สองดวงนี้ ค้นพบเมื่อปี พ.ศ.2548)S/2011P1(P4,ค้นพบเมื่อปี พ.ศ.2554) และS/2012 P1(P5,ค้นพบเมื่อปี พ.ศ.2555)และเป็นดาวพเนจรโดดเดี่ยว อยู่ที่ริมรอบระบบสุริยะ แม้นักดาราศาสตร์กำลังคิดค้นว่า น่าจะมีดาวเคราะห์อีกดวงหนึ่งอยู่ถัดไปก็ตามก็ยังไปพบ พลูโตอาจจะมีขนาดพอๆกับดาวพุธเท่านั้น แต่เยือกเย็นมาก และเป็นหินเหมือนดาวเคราะห์ชั้นใน ไม่เหมือนเพื่อนๆใกล้เคียงซึ่งเป็นก๊าซยักษ์ใหญ่อย่างดาวพฤหัส พลูโตใช้เวลา 248 ปี โคจรรอบดวงอาทิตย์ และบางครั้งก็ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าเนปจูน ดาวพลูโตอาจจะเคยเป็นดวงจันทร์หรือบริวารของเนปจูน มาก่อนก็เป็นได้
ดาวซีเรส(Ceres)
ซีเรส(Ceres) หรือมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า 1ซีรีส เป็นดาวเคราะห์น้อยที่ดวงใหญ่ที่สุดและเป็นดาวเคราะห์แคระดวงเดียวในระบบสุริยะชั้นใน เป็นดาวเคราะห์น้อยดวงแรกที่ถูกค้นพบ โดย จูเซปเป ปีอาซซี นักดาราศาสตร์ชาวอิตาลี เมื่อวันที่ 1 มกราคม ค.ศ.1801 ตั้งตามชื่อซีรีส เทพีโรมันแห่งการปลูกพืช เก็บเกี่ยวและความรักอย่างมารดา
ซีรีสมีเส้นผ่าศูนย์กลางราว 950 กิโลเมตรและประกอบด้วยมวลหนึ่งในสามของมวลทั้งหมดใน
แถบดาวเคราะห์น้อย พื้นผิวซีรีสอาจเป็นส่วนผสมของน้ำแข็งและธาตุที่ถูกไฮเดรต เช่น คาร์บอเนตและดินเหนียว ซีรีสจำแนกเป็นแก่นหินและแมนเทิลน้ำแข็ง และอาจมีมหาสมุทรน้ำในสถานะของเหลวกักเก็บไว้ใต้พื้นผิว
จากโลก โชติมาตรปรากฎ ของซีรีสอยู่ระหว่าง 6.7 ถึง 9.3 ดังนั้นแม้ในช่วงสว่างที่สุดก็ไม่อาจเห็นได้ด้วยตาเปล่า ยกเว้นท้องฟ้าที่มืดอย่างยิ่ง วันที่ 27 กันยายน ค.ศ. 2007 นาซาส่งยานสำรวจอวกาศดวอ์นไปสำรวจเวสตา (2011-2012) และซีรีส (2015)
ดาว UB313
วันที่ 29 กรกฎาคม 2548 ทีมนักดาราศาสตร์กลุ่มหนึ่งได้ประกาศการค้นพบวัตถุขนาดใหญ่ในระบบสุริยะ ใช้ชื่อเป็นรหัสว่า 2003 ยูบี 313 (2003 UB313) ผลการสังเกตการณ์เบื้องต้นชี้ว่าวัตถุนี้มีขนาดใหญ่กว่าดาวพลูโต และอาจถือเป็นดาวเคราะห์ดวงที่ 10 อย่างไรก็ตาม สหพันธ์ดาราศาสตร์สากลยังไม่ได้ประกาศรับรองสถานภาพของ 2003 ยูบี 313 เนื่องจากยังมีความคิดเห็นขัดแย้งกันอยู่ว่าจะนิยาม "ดาวเคราะห์" ว่าอย่างไร
ขณะนี้ 2003 ยูบี 313 อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์เป็นระยะทาง 97 หน่วยดาราศาสตร์ (1 หน่วยดาราศาสตร์ คือ ระยะทางเฉลี่ยระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์) โคจรรอบดวงอาทิตย์ด้วยคาบ 557 ปี และระนาบวงโคจรเอียงทำมุม 44 องศากับระนาบวงโคจรโลก ขณะนี้ถือเป็นวัตถุแถบไคเปอร์ (Kuiper Belt Object) หรือวัตถุทีเอ็นโอ (Trans-Neptunian Object) ซึ่งหมายถึงวัตถุที่อยู่ไกลเลยจากวงโคจรของดาวเนปจูน
ไมเคิล บราวน์, ชาด ทรูจิลโล และ เดวิด เรบิโนวิตซ์ ค้นพบ 2003 ยูบี 313 เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2548 จากภาพถ่ายท้องฟ้าที่ถ่ายไว้เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2546 พวกเขาประกาศการค้นพบในวันที่ 29 กรกฎาคม 2548 พร้อมกับวัตถุแถบไคเปอร์อีก 2 ดวง คือ 2003EL61 และ 2003FY9 ทีมนักดาราศาสตร์กลุ่มนี้ได้ดำเนินการค้นหาวัตถุที่อยู่รอบนอกระบบสุริยะมาเป็นเวลาหลายปี และมีส่วนในการค้นพบดาวเคราะห์น้อยขนาดใหญ่ในแถบไคเปอร์ 2 ดวง คือ ควาอัวร์ (50000 Quaoar) และ เซดนา (90377 Sedna) โดยสำรวจท้องฟ้าด้วยกล้องโทรทรรศน์ซามูเอล ออสชิน (Samuel Oschin Telescope) ขนาด 48 นิ้ว ในหอดูดาวพาโลมาร์ มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ก่อนหน้านี้ พวกเขาวางแผนจะเก็บข้อมูลให้ได้มากกว่านี้ก่อนที่จะประกาศการค้นพบ แต่ข่าวได้รั่วไหลออกมาก่อนเนื่องจากถูกจารกรรมข้อมูลในเว็บไซต์ส่วนตัว ทำให้ต้องตัดสินใจประกาศ 2003 ยูบี 313 เป็นรหัสที่เรียกตามข้อกำหนดของสหพันธ์ดาราศาสตร์สากล คาดว่าสหพันธ์ฯ จะตั้งชื่ออย่างเป็นทางการในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งจะพิจารณาจากชื่อที่เสนอโดยทีมผู้ค้นพบ และเนื่องจากวัตถุนี้มีขนาดใหญ่กว่าดาวพลูโต คาดกันว่าสหพันธ์ฯ อาจพิจารณาให้เป็นดาวเคราะห์ดวงที่ 10 ในระบบสุริยะ (ข่าวที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ขององค์การนาซาและสื่อมวลชนอื่น ๆ ต่างเรียกว่าดาวเคราะห์ไปแล้ว) 2003 ยูบี 313 โคจรรอบดวงอาทิตย์ด้วยคาบ 557 ปี วงโคจรเป็นรูปวงรี ขณะนี้อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ 97 หน่วยดาราศาสตร์ และจะเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ได้มากที่สุดด้วยระยะทาง 35 หน่วยดาราศาสตร์ (ดาวพลูโตห่างจากดวงอาทิตย์ระหว่าง 29 - 49.5 หน่วยดาราศาสตร์) ระนาบวงโคจรทำมุม 44 องศากับระนาบสุริยวิถี (ระนาบวงโคจรของโลก)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น